โกสินทร์ เตชะดิลก

นับเเต่ช่วงปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา ประเทศไทยประสบปัญหาสภาวะค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจในประเทศเกิดการทรุดตัวตามๆกัน เเละส่งผลกระทบในมุมกว้างทางสังคมอีกต่อหนึ่ง คือ การที่สถาบันการเงินต่างๆถูกปิดตัวลง บริษัทขนาดใหญ่ที่เคยขอสินเชื่อไว้กับสถาบันการเงินเหล่านั้นก็ต่างพากันปิดกิจการตามกันไป ส่งผลกระทบต่อปัญหาสภาพเเรงงาน การว่างงาน การศึกษา เเละอาชญากรรมต่างๆ หากบริษัทต่างๆได้รับการเยียวยา หรือได้รับการปรับปรุงเเก้ไขสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงินได้ดีขึ้น ปัญหาต่างๆก็จะไม่เกิด ดังนั้น ทางออกทางหนึ่งของบริษัทต่างๆที่จะเเก้ไขให้ฐานะทางการเงินของตนคล่องตัวขึ้นก็คือ การฟื้นฟูกิจการ ซึ่งหากลูกหนี้ทั้งหลายได้รับการฟื้นฟูกิจการเเล้ว สภาพคล่องทางการเงินก็จะดีขึ้น

ดังนั้น ผู้เขียนจึงขออธิบายขั้นตอนการฟื้นฟูกิจการเเบบสั้นๆเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจเเละเห็นภาพรวมของการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เเละประโยชน์ของลูกหนี้ที่จะได้รับจากการฟื้นฟูกิจการ ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการ

การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาองค์กรทางธุรกิจไว้ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินการต่อไปได้ เเละเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้อย่างเท่าเทียมกัน การฟื้นฟูกิจการจึงเป็นการทำเพื่อประโยชน์เเก่ลูกหนี้ เเละเจ้าหนี้ทั้งหลาย การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยผู้ร้องขอฟื้นฟูกิจการนั้น จึงถือว่าเป็นการกระทำเเทนบุคคลอื่นด้วย*

ผู้มีสิทธิขอฟื้นฟูกิจการ

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/2 ได้กำหนดหลักการร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้ให้ผู้มีอำนาจในการร้องขอฟื้นฟูกิจการลูกหนี้นั้น ได้เเก่บุคคลดังต่อไปนี้

1.ลูกหนี้ (ลูกหนี้ในที่นี้หมายถึง ลูกหนี้ประเภทนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด บริษัทมหาชน เเละนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น)

2.เจ้าหนี้

3.หน่วงงานของรัฐ เช่น กรมการประกันภัย ธนาคารเเห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์เเละตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

หลักเกณฑ์เเละมูลเหตุในการร้องขอฟื้นฟูกิจการ

ในการฟื้นฟูกิจการเริ่มต้นจากการที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน เป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียว หรือหลายคนรวมกันไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นถึงกำหนดชำระเเล้วหรือไม่ก็ตาม เเละกิจการของลูกหนี้นั้นมีเหตุอันควรให้ฟื้นฟูกิจการ เเละมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ เเม้ลูกหนี้อยู่ระหว่างถูกฟ้องล้มละลาย ก็สามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ถ้ายังไม่ถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเสียก่อน เเละเพียงเเค่ลูกหนี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราวเเต่มีเหตุเเละช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการได้ ก็ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องรอให้ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวเสียก่อน

เมื่อกิจการของลูกหนี้เข้าหลักเกณฑ์ในการร้องขอฟื้นฟูกิจการเเล้ว บุคคลทั้งสามประเภทดังกล่าวสามารถยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้ตามกฎหมาย

การบรรยายคำร้องขอฟื้นฟูกิจการนั้น ต้องบรรยายให้เเจ้งชัดถึงความเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้ รายชื่อ ที่อยู่เจ้าหนี้เเละลูกหนี้ทั้งหมด เหตุผลอันสมควรเเละช่องทางที่จะร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ รายชื่อผู้ทำเเผน คุณสมบัติของผู้ทำเเผน เเละหนังสือยินยอมของผู้ทำเเผน ซึ่งเหตุผลอันสมควรเเละช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ หมายถึง เเนวทางหรือวิธีการใดที่จะทำให้ลูกหนี้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการ หรือปรับโครงสร้างของกิจการ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้

เมื่อได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางเเล้ว หากศาลไม่รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ คำร้องขอฟื้นฟูกิจการก็ตกไป เเต่ หากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเเล้ว ลูกหนี้จะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2583 มาตรา 90/12 ทันที ซึ่งก็คือ ระบบสภาวะการพักชำระหนี้ (Automatic Stay) เหตุที่มีหลักการนี้ก็เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้** เเต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมาตราการดังกล่าว ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ต้องถูกบังคับให้ชำระหนี้ ถูกบังคับจำนองทรัพย์สิน ถูกฟ้องร้องเป็นคดีเเพ่งอันเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมถึงผู้ค้ำประกันด้วย เเละก็ห้ามลูกหนี้จำหน่าย จาย โอน ทรัพย์สิน รวมทั้งก่อให้เกิดภาระเเก่ทรัพย์สินของตนระหว่างฟื้นฟูกิจการด้วย มาตารการดังกล่าวเป็นการคุ้มครองสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการของตนเองได้โดยปราศจากเหตุรบกวน

หลังจากที่ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเเล้ว ศาลจะทำการไต่สวน เเละหากไต่สวนเเล้วเห็นว่าคำร้องขอของลูกหนี้นั้นไม่เข้าหลักเกณฑ์ในการร้องขอฟื้นฟู ศาลก็จะยกคำร้อง เเละระบบสภาวะการพักชำระหนี้ก็สิ้นสุดลง เเต่หากศาลไต่สวนเเล้วเห็นควรให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลก็จะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี คือ 1.สั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเต่ไม่ตั้งผู้ทำเเผน 2.สั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเละตั้งผู้ทำเเผน

คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเต่ไม่ตั้งผู้ทำเเผน

                เป็นกรณีที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ทำการคัดค้านการตั้งผู้ทำเเผน เเละไม่ได้เสนอผู้ทำเเผนระหว่างที่ศาลพิจารณาตั้งผู้ทำเเผน ศาลจะสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้ทำเเผน

กรณีที่ลูกหนี้ไม่ได้เสนอผู้ทำเเผน มติในการเลือกผู้ทำเเผนต้องเป็นมติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ข้างมากซึ่งได้ออกเสียงลงคะเเนนในมตินั้น

หากที่ประชุมเจ้าหนี้เลือกผู้ทำเเผนได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จำรายงานต่อศาลเพื่อมีคำสั่งตั้งผู้ทำเเผน

หากที่ประชุมเจ้าหนี้ไม่อาจเลือกผู้ทำเเผนได้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานต่อศาล เเละศาลจะมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ระบบสภาวะการพักชำระหนี้ก็สิ้นสุดลง

ในระหว่างการเลือกผู้ทำเเผน อำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้จะอยู่ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

      คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเละตั้งผู้ทำเเผน

เป็นกรณีที่ศาลไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเเล้วเห็นว่ามีเหตุอันควรให้ฟื้นฟูกิจการ เเละไม่มีผู้ใดคัดค้านผู้ทำเเผน ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเละตั้งผู้ทำเเผน

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเเละตั้งผู้ทำเเผนเเล้ว อำนาจในการบริหารกิจการทรัพย์สินเเละหนี้สินจะตกเเก่ผู้ทำเเผนทันที ผู้ทำเเผนจะจัดการทรัพย์สิน เเละหนี้สินของลูกหนี้รวมทั้งจัดทำเเผนฟื้นฟูกิจการ เเละบริหารกิจการของลูกหนี้ก่อนที่จะมีคำสั่งตั้งผู้บริหารเเผนต่อไป

เมื่อผู้ทำเเผนดำเนินการทำเเผนฟื้นฟูกิจการสำเร็จเเล้ว ต้องส่งเเผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เเละเจ้าหนี้ทุกคน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเเผน เเละลงมติเห็นชอบด้วยกับเเผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ หากที่ประชุมไม่เห็นชอบด้วยเเผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะทำรายงานต่อศาล เเละศาลจะนัดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อไป

เเต่หากที่ประชุมเห็นชอบด้วยเเผนฟื้นฟูกิจการดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรายงานต่อศาล เเละศาลจะทำการพิจารณาเพื่อมีคำสั่งเห็นชอบด้วยเเผน หรือไม่เห็นชอบด้วยเเผน หากศาลพิจารณาเเล้วมีคำสั่งไม่เห็นชอบด้วยเเผน ศาลจะนัดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เเละอาจจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต่อไป

เเต่หากศาลพิจารณาเเล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยเเผน ศาลจะทำการเเต่งตั้งผู้บริหารเเผนต่อไป หลังจากที่ศาลมีคำสั่งตั้งผู้บริหารเเผนเเล้วอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ที่อยู่กับผู้ทำเเผนจะตกอยู่ที่ผู้บริหารเเผนทันที ผู้บริหารเเผนจะทำการจัดการทรัพย์สินเเละหนี้สิน บริหารกิจการของลูกหนี้ รวมทั้งชำระหนี้ตามเเผนฟื้นฟูกิจการ หากการฟื้นฟูกิจการสำเร็จตามเเผน ศาลจะมีคำสั่งยกเลิการฟื้นฟูกิจการ อำนาจหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินจะกลับมาเป็นของลูกหนี้ตามเดิม เเต่หากการฟื้นฟูกิจการไม่เป็นผลสำเร็จ ศาลนัดพิจารณาเพื่อมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ เเละอาจจะให้พิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดต่อไป

ประโยชน์จากการฟื้นฟูกิจการ

1.ฐานะทางการเงินของลูกหนี้จะมีสภาพคล่องมากขึ้น

2.ลูกหนี้ได้รับประโยชน์จากการประนอมหนี้

3.กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้

4.ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้เเก่เจ้าหนี้ตามเเผนฟื้นฟูกิจการ

5.ลูกหนี้ไม่อาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับคดีกับทรัพย์สินได้ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ

6.ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ตามเเผนทั้งปวง

7.เจ้าหนี้ตามเเผนฟื้นฟูกิจการจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

8.ปัญหาด้านเเรงงานจะน้อยกว่าการที่ลูกหนี้ล้มละลาย

จะเห็นได้ว่าการฟื้นฟูกิจการเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินได้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการหรือปรับโครงสร้างกิจการของตน เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับคืนสู่สภาพที่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติต่อไป

                                                                                                                                        

*  รวมคำบรรยายกฎหมายล้มละลาย ครั้งที่ 3 เล่มที่ 5 โดยศาสตราจารย์วิชา มหาคุณ สำนักอบรมกฎหมายเเห่งเนติบัณฑิตยสภา

** รวมคำบรรยายกฎหมายล้มละลาย ครั้งที่ 3 เล่มที่ 5 โดยศาสตราจารย์วิชา มหาคุณ สำนักอบรมกฏหมายเเห่งเนติบัณฑิตยสภา